Saturday, 28 May 2011

My Decision

เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ทาง Orion Healing จากเกาะพะงันได้เริ่มเข้ามาทำโปรแกรม Detox ให้แก่ลูกค้าที่รีสอร์ทเราเป็นครั้งแรกหลังจากที่คุยกันมานานแสนนานแล้ว จากที่จะเริ่มต้นเมื่อพฤศจิกายนที่ผ่านมา ยันพฤษภาคมนี่ล่ะถึงได้เริ่มต้นกัน
ทันทีที่ทางนั้นมาเริ่มต้น ฉันก็ได้โอกาสศึกษารายละเอียดทุกอย่างที่เขาทำ แล้วก็คิดว่ามันน่าสนใจดีนะ ลูกค้าเค้าดูไม่ได้เหนื่อยล้าอ่อนระโหยโรยแรงแต่อย่างใดประกอบกับที่อาการภูมิแพ้ของฉันเข้าขั้นวิกฤติพอดี ฉันก็เลยตัดสินใจแทบจะทันทีว่าฉันจะทำโปรแกรม Detox 7 วันของเขานี่ล่ะ ในเมื่อมันมาหาถึงที่ทำไมฉันจะไม่ลองล่ะ ฉันอยากรู้จะแย่ว่าเขาทำกันจริงๆ ยังไง แล้วผลมันจะออกมาดีแค่ไหน ที่เหลือฉันก็ต้องขออนุญาติคุณสามีนิดนึง เพราะเขาคือคนที่จะต้องช่วยฉันดูแลลูกๆ ยามที่ฉันอยู่ในโปรแกรม เมื่อคุณสามสนับสนุนฉันก็นัดทันที ไม่อยากจะยืดระยะเวลาออกไปเพราะกลัวตัวเองเปลี่ยนใจ 555
แล้วทำไมฉันถึงอยากจะเข้าโปรแกรมนี้ล่ะ? ก็อย่างที่บอกว่าความปรารถนาแรกคือหายจากอาการภูมิแพ้จามน้ำมูกไหลตลอดทั้งวัน ซึ่งฉันเบื่อมาก ฉันรู้นะว่าแค่เปลี่ยนอาหารการกินบางทีก็หายแล้ว แต่ฉันคิดว่ามันนานเกินไปกว่าจะปรับตัวและหายจากอาการ ฉันอยากได้อะไรที่มันเร็วๆ น่ะ ข้อสองคือเค้าว่ากันว่ามันจะช่วยให้น้ำหนักลดลงไปได้บ้าง ก็แหงแหละ เล่นอดอาหารตั้ง 7 วัน น้ำหนักไม่ลดบ้างก็บ้าแล้ว ตอนนี้ฉันมีน้ำหนักส่วนเกินจากท้องแรก 2 กิโลกรัม บวกกับท้องสองอีก 5 กิโลกรัม >_< รวมเป็น 7 กิโลกรัม T_T ยังไม่นับที่ปกติฉันก็เป็นคนอวบน้ำหนักเกินตัวอยู่แล้วนะ ถ้าลดได้บ้างก็ถือเป็นการเริ่มต้นและเป็นกำลังใจที่ดีที่จะได้เดินหน้าต่อไป แค่นี้ล่ะเหตุผลของฉันรักษาภูมิแพ้และลดน้ำหนักเป็นของแถม (พยายามจะไม่คิดถึงการลดน้ำหนักมากนัก เอาภูมิแพ้เป็นหลักก่อน)
พูดถึงการอดล้างพิษนั้น ฉันได้รู้จักและสัมผัสกับมันมาตั้งแต่อายุ 20 ต้นๆ เท่านั้น บอกตามตรงว่าครั้งแรกที่สนใจและคิดจะทำเพราะต้องการลดความอ้วนล้วนๆ แต่ตอนนั้นทำไม่สำเร็จหรอกเพราะยังเด็กอยู่ใจไม่แข็งพอ ทำได้สองวันก็เลิกแล้ว และจากนั้นมาฉันก็พยายามอด 1 วันบ้างแต่ก็ไม่เคยพ้นมื้อกลางวันไปได้สักทีเลย -_- สรุปว่าล้มเหลวไม่เป็นท่านั่นแหละ
ครั้งที่สองคือเมื่อสามปีที่แล้ว เมื่อตอนที่มีลูกสาวคนโตแล้ว ฉันตัดสินใจเข้าโปรแกรมอดล้างพิษ 10 วันตามสูตรนพ.บรรจบด้วยตัวเอง ฉันทำสำเร็จนะ ผ่าน 10 วันไปได้อย่างสบายๆ ยกเว้นแค่สวนกาแฟเท่านั้นแหละที่ฉันไม่ได้ทำ เพราะไม่กล้า ครั้งนั้นน้ำหนักลดไป 2 กิโลกรัมได้
ครั้งนี้จึงเป็นครั้งที่ 3 ของฉันที่จะเข้าโปรแกรมอดล้างพิษ ครั้งนี้ฉันไม่ได้ใช้สูตรของนพ.บรรจบเหมือนเดิม แต่เป็นสูตรของฝรั่งซึ่งขอบอกว่าหินกว่ากันมาก รายละเอียดโปรดติดตามตอนต่อไป

Monday, 23 May 2011

Why am I blogging?

หลังจากที่เฝ้าตามอ่าน blog ชาวบ้านมาหลายปี ได้แรงบันดาลใจมาหลายแรงบันดาลใจ ในที่สุดฉันก็คิดว่าฉันควรจะมี blog เป็นของตัวเองสักที เพราะ blog นี้จะเป็นที่ๆฉันจะแบ่งปันในสิ่งที่ฉันรัก ทำแล้วมีความสุข และเผลอๆ อาจจะเป็นแรงบันดาลใจให้ใครสักคนก็ได้ แรงบันดาลใจสำคัญในการที่ฉันตัดสินใจมาเขียน blog ในครั้งนี้ก็มาจากพี่สาวฉันเอง พี่สาวที่ท่าทางดูไม่น่ามี blog เป็นของตัวเอง แต่เธอก็มี เสร็จแล้วที่ตลกคือฉันเองก็เป็นส่วนหนึ่งในแรงบันดาลใจของพี่สาวที่ทำให้เขาลงมือเขียน blog แปลกมั้ยล่ะ?
blog นี้จะเป็นที่รวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตอันแสนเรื่อยเปื่อยของฉัน พูดถึงสิ่งที่ประกอบเข้าเป็นวันแต่ละวันของฉันเอง หลักๆ แล้วก็คงจะเป็นที่รวบรวมผลงานการเย็บผ้าแบบงูๆปลาๆ ใช้หลักมั่ว improvise เป็นหลักของฉันนั้นแหละ ของที่เย็บส่วนใหญ่ก็คงไม่พ้นเสื้อผ้าลูกๆ นี่ล่ะ


สักวันลูกสาวของฉันคงได้ตามรอยเท้าแม่บ้างล่ะ


แล้วเหตุใดฉันถึงสนใจงานเย็บผ้านี่ได้ล่ะ ฉันคิดว่ามันคงอยู่ในสายเลือดละมั้ง แม่ฉันเป็นช่างปักเสื้อ ส่วนพี่สาวฉันเป็นนักเย็บผ้าตัวยง วันๆ ฉันเห็นเธอมีกองผ้าอยู่ข้างกาย เย็บนู่น ปักนี่ไปเรื่อยตลอดเวลา จนเจ้าตัวเองก็ยอมรับว่างานอดิเรกนี้กินเวลามากกว่างานประจำซะอีก ^_^
ฉันจำได้ว่าตั้งแต่เด็กฉันชอบไปเดินสำเพ็งซื้อผ้ามาเย็บผ้าม่านมั่ง ผ้าปูที่นอนปลอกหมอนมั่ง เย็บอะไรเป็นอยู่แบบเดียวคือ “ตรงๆ” เข้าไว้ ส่วนเสื้อผ้าก็จำได้ว่าแม่เคยทำ pattern กางเกงขาสั้นให้ใส่ แล้วก็สอนตัดสอนเย็บไปทีละขั้นตอนได้มาเป็นกางเกงขาสั้นสีเหลืองข้างนึง สีเขียวข้างนึง ทำจากเศษผ้าที่เหลือๆ แล้วฉันก็ใส่มันด้วยความภูมิใจ ตอนนั้นเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปี 1 แล้วล่ะ โดยที่ไม่ได้รู้สักนิดว่ามันแสนจะเชย จากนั้นมาฉันก็เริ่มเย็บกระเป๋าจากการที่ดูแบบแล้วก็คิดเอาเองว่ามันต้องอย่างนั้นอย่างนี้ก็ได้ออกมาเป็นกระเป๋าที่พอจะใช้ไปไหนมาไหนได้ล่ะ เสียดายที่ไม่ได้มีรูปเก็บไว้เลย
เวลาผ่านไปหลายปี วันหนึ่งฉันก็ลุกขึ้นมาลาออกจากงานประจำเพื่อไปสมัครเรียนตัดเย็บเสื้อผ้าเพราะมีความฝันอยากจะเปิดร้านเสื้อผ้าที่ออกแบบเอง สั่งตัดเอง แล้วความฝันฉันก็เป็นจริงนะ ฉันได้เปิดร้านเสื้อผ้าในระยะสั้นๆ ควบคู่ไปกับการเรียนออกแบบตัดเย็บเสื้อผ้าไปด้วย แต่ฝันนั้นมันก็อยู่ไม่ได้นานหรอก จะบอกว่าฉันล้มเหลวก็ได้นะ ไปเรียนก็ไม่สามารถเข้ากับบรรยากาศในการเรียนได้ทำให้ไม่อยากไปเรียนเท่าไหร่ ฉันคิดว่าที่โรงเรียนนั้นมันแปลกเกินไปสำหรับฉัน หรือไม่ฉันก็แปลกเกินไปสำหรับโรงเรียนนั่น ส่วนร้านก็คงเป็นเพราะความล้มเหลวในการเลือก location ที่แม้ค่าเช่าร้านจะราคาถูกแค่ไหน แต่ไม่มีคนเดินเท่าไหร่ชีวิตเราก็ไปไม่รอด
ระยะเวลาสั้นๆ ช่วงนั้นทำให้ฉันได้มีประสบการณ์ในการตัดเย็บเสื้อผ้าใส่บ้าง แต่ฉันก็ไม่เคยได้ตัดเสื้อผ้าให้ตัวเองใส่จริงจัง หรือได้เย็บอะไรจริงจังอยู่หลายปี จนกระทั่งชีวิตฉันได้ผกผันต้องย้ายจากกรุงเทพฯมาอยู่ไกลถึงเกาะสมุย มีลูก และมี internet ใช้อย่างจริงจัง แรงบันดาลใจในการกลับมาเย็บผ้าของฉันจึงได้กลับมาอีกครั้ง..และนี่คือที่มาของการเขียน blog ของฉันในครั้งนี้